อันเดอร์ อาร์เมอร์ เปิดตัว UA Velociti Elite 3 ด้วยชัยชนะระดับเมเจอร์


Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) แบรนด์กีฬาชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มรองเท้าวิ่งสาย Performance ด้วยการเปิดตัว UA Velociti Series คอลเลกชันรองเท้าวิ่งใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งวันแข่งขันและการฝึกซ้อมในทุกวัน โดยไฮไลต์หลักอยู่ที่ UA Velociti Elite 3 รองเท้าวิ่งตัวท็อปสาย Performance ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในสนามระดับโลก ผ่านชัยชนะของ Sharon Lokedi นักวิ่งมาราธอนหญิงระดับท็อปที่เลือกใส่รุ่นนี้ลงแข่ง Boston Marathon 2025 และคว้าแชมป์พร้อมทำลายสถิติสนาม ด้วยเวลา 2:17:22 ชั่วโมง

การเลือกใช้ Velociti Elite 3 ในสนามที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก ถือเป็นการ การันตีประสิทธิภาพจริง ของรองเท้ารุ่นนี้ในสนามแข่งขันระดับโลก สะท้อนถึงความมั่นใจที่นักกีฬาอาชีพมีต่อผลิตภัณฑ์ของ Under Armour


UA Velociti Series: ออกแบบเพื่อความเร็วและระยะทาง เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นหลัก ได้แก่
●       UA Velociti Elite 3 สำหรับวันแข่งขันและทำเวลาให้ดีที่สุด
●       UA Velociti Distance รองเท้าวิ่งซ้อมประจำวันที่รองรับการใช้งานหนักและระยะทางยาว
ทั้งสองรุ่นได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยีล่าสุดของ Under Armour เพื่อตอบสนองการใช้งานของนักวิ่งที่หลากหลาย ตั้งแต่นักวิ่งสายแข่งขันที่ต้องการความเร็วสูงสุด ไปจนถึงนักวิ่งทั่วไปที่ต้องการความนุ่ม สบาย และทนทานในทุกกิโลเมตร


UA Velociti Elite 3 – Super Shoe สำหรับวันแข่งขัน
UA Velociti Elite 3 เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นท็อปที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Race Day โดยเฉพาะ พัฒนาให้เบาขึ้น เร็วขึ้น และตอบสนองไวขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีหลัก ได้แก่

●       HOVR+ SuperFoam แบบสองชั้น – โฟม HTPU ที่เด้งและคืนพลังงานได้สูง ผสานแรงส่งในทุกย่างก้าว

●       แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เต็มความยาว – ช่วยเพิ่มแรงดีด (propulsion) และการเร่งความเร็วได้อย่างฉับไว

●       อัปเปอร์ Leno-Weave น้ำหนักเบา – ระบายอากาศได้ดี กระชับเท้าโดยไม่เพิ่มภาระ

Elite 3 คือรองเท้าที่ผ่านการเลือกใช้จริงในสนามเมเจอร์ และพิสูจน์แล้วว่า “ให้ผลลัพธ์ในวันสำคัญ” ได้อย่างแท้จริง


UA Velociti Distance – รองเท้าวิ่งที่พร้อมสำหรับทุกวัน

UA Velociti Distance คือรองเท้าวิ่งสำหรับการซ้อมยาว วิ่งสะสมระยะ และใช้งานเป็นประจำทุกวัน โดยถูกพัฒนาขึ้นมาเป็น ตัวแทนรุ่นใหม่ของ UA Infinite Elite เดิม พร้อมอัปเกรดด้วยนวัตกรรมที่ให้ความนุ่ม เด้ง และสวมใส่สบายยิ่งกว่าเดิม:

●       Full-Length HOVR+ Midsole – พื้นโฟมเต็มแผ่นที่ให้การรองรับแรงกระแทกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมคืนพลังงานได้ดีในทุกก้าว

●       Translucent Mono Mesh Upper – อัปเปอร์ผ้าโปร่งใส น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และเผยโครงสร้างเทคโนโลยีภายใน

●       Midsole Frame โปร่งใส – เสริมการทรงตัวและเผยดีไซน์โชว์เม็ดโฟม HTPU แบบเต็มความยาว

●       รองรับการใช้งานหนัก – โครงสร้างทนทานพร้อมพื้นรองเท้าที่ออกแบบเฉพาะจุด ให้ความมั่นคงในทุกระยะ

Velociti Distance คือรองเท้าที่นักวิ่งทุกระดับสามารถ “ใช้งานได้ทุกวัน” ตอบโจทย์ทั้งความต้องการทั้งความสบาย และการตอบสนอง

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม