Titleist เปิดตัวสีลิมิเต็ด Oil Can ชุดเหล็ก T-Series

ไม้กอล์ฟรุ่นใหม่จาก T-Series จากไทเทิลลิสต์

ไทเทิลลิสต์ ผู้นำด้านผลิตไม้กอล​์ฟชั้นนำเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่เหล็ก T-Series ของ Titleist จะมาพร้อมกับสีใบเหล็กลิมิเต็ดอิดิชั่น Oil Can กับการนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ของแบรนด์เหล็กที่ถูกเลือกใช้มากที่สุดใน PGA TOUR สีใบนี้พัฒนาขึ้นครั้งแรกจากเว็ดจ์ Vokey Design รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น โดยใช้กระบวนการการทำสีแบบ PVD เพื่อให้ได้สีทองแดงเข้ม เพิ่มความทนทาน และช่วยลดแสงสะท้อน มาพร้อมกริพ Titleist Golf Pride Z-Grip Full Cord สีทองแดงแบบคัสตอม และก้าน True Temper Onyx ที่เข้าชุดกันในสเป็คสต็อก


ต่อเนื่องลงตัวกันจากรุ่นสู่รุ่น สีใบพิเศษนี้วางตลาดทั้งใน T100, T150, T250 และ T350 โดยมีให้เลือกทั้งแบบนักกอล์ฟถนัดขวาและซ้าย อีกทั้งยังสามารถสั่งซื้อแบบคัสตอมเป็นชุดผสมระหว่างโมเดล เพื่อให้สามารถจัดชุดเหล็กได้ตามความต้องการที่เฉพาะตัวของผู้เล่นแต่ละคน เหล็ก T-Series Oil Can มีกำหนดวางตลาดที่ร้านตัวแทนจำหน่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนนี้ เป็นต้นไป
----------

ภาพรวมรุ่น T-SERIES

เหล็ก Titleist T-Series ในทุกโมเดล ถูกวิศวกรรมเพื่อมอบประสิทธิภาพ ความสม่ำเสมอ และความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ในการตีทุกครั้ง แต่ละโมเดลถูกพัฒนาบนพื้นฐานด้านประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน แต่สามารถนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันในถุงกอล์ฟได้อย่างลงตัว


T100: เหล็กทัวร์ที่ทันสมัย
มาในโครงสร้างใบเหล็กแบบฟอร์จทั้งชิ้น ด้วยรูปทรงกะทัดรัด โดยเหล็ก T100 ให้ความแม่นยำ และความรู้สึกในระดับทัวร์ ขณะที่การปรับแต่งรูปทรงโดดเด่นด้วยสันท็อปไลน์ที่บาง และออฟเซ็ตน้อย เพื่อให้มุมมองอย่างที่ผู้เล่นต้องการ พร้อมเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกัน สำหรับการสร้างประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอตลอดทั้งชุด T100 เป็นเหล็กที่ถูกใช้งานมากที่สุดใน PGA TOUR นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019


T150: เหล็กทัวร์ความเร็วสูง
T150 ให้ความรู้สึก, ความมั่นคง และการควบคุมที่ยอดเยี่ยม พร้อมความเร็ว และวิถีมุมเหินที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับ T100 โครงสร้างแบบฟอร์จของ T150 มาพร้อมรูปทรงที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจาก T100 แต่ยังคงความกะทัดรัด และให้ความมั่นใจเมื่อจรดลูก


T250: เหล็กทัวร์ตีไกล ที่ถูกนิยามใหม่
T250 รุ่นใหม่ คือการผสมผสานระหว่างความเร็ว, วิถีมุมเหิน, และการชดเชยความผิดพลาด ควบคู่ไปกับรูปลักษณ์ที่สะอาดตา, ปราดเปรียว จากโครงสร้างเหล็กทั้งชิ้น พร้อมสันท็อปไลน์ที่หนาขึ้น และฐานที่กว้างกว่า T100 และ T150 ขณะที่รูปทรงของ T250 ถูกออกแบบให้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในจังหวะจรดลูก โดยยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอแบบคลาสสิก อย่างที่ผู้เล่นต้องการ เหมือนในรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัดมากกว่า


T350: ที่สุดของเหล็กพัฒนาเกมการเล่น
ในไลน์อัพ T-Series ทั้งหมดนั้น T350 มอบทั้งระยะทาง การชดเชยความผิดพลาด และความเร็วในระดับสูงสุด ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเหล็กทั้งชิ้น เพื่อให้มุมมองของเหล็กทุกรุ่นมีความลงตัวไร้รอยต่อมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจัดเป็นชุดผสม ขณะที่เทคโนโลยีของ T350 ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเหล็กที่ชดเชยความผิดพลาดสูง, ตีได้ไกล และช่วยให้ลูกลอยได้ง่ายขึ้น
-----------------
สเป็คใน T-SERIES


องศาหน้าเหล็ก
•              T100: 20 องศา (เหล็ก 3), 23, 26, 29, 33 (เหล็ก 7), 37, 41, 45 (P), 49 (W)
•              T150: 19 (เหล็ก 3), 22, 25, 28, 32 (เหล็ก 7), 36, 40, 44 (P), 48 (W)
•              T250: 18 (เหล็ก 3), 20, 22, 24, 27, 30.5 (เหล็ก 7), 34.5, 38.5, 43 (P), 48 (W)
•              T350: 20 (เหล็ก 3), 23, 26, 29 (เหล็ก 7), 33, 38, 43 (P), 48 (W48), 53 (W53)


ก้าน และกริพสต็อก
•              T100: สั่งคัสตอมเท่านั้น
•              T150: True Temper AMT Tour Silver Onyx
•              T250: True Temper AMT Tour Black Onyx
•           T350: True Temper AMT Tour Red Onyx
•              Grip: Titleist Golf Pride Z-Grip Full Cord (คัสตอม)
ก้านเหล็กและกริพทั้งหมดของ Titleist มีให้เลือกครบทุกตัวเลือกผ่านการสั่งซื้อแบบคัสตอม

ตัวเลือกการสั่งคัสตอม:
สามารถปรับองศาหน้าเหล็ก และมุมไล ได้อย่างน้อย ±2 องศา (strong/weak, flat/upright) ผ่านการสั่งซื้อแบบคัสตอม โดยการปรับองศาหน้าไม้ จะเพิ่ม/ลดทีละ 1 องศา ขณะที่การปรับมุมไล จะเพิ่ม/ลดทีละ 0.5 องศา ผู้เล่นยังสามารถปรับความยาวก้านให้ยาวกว่ามาตรฐานได้สูงสุด 2 นิ้ว หรือสั้นกว่ามาตรฐานได้สูงสุด 4 นิ้ว ผ่านการสั่งซื้อแบบคัสตอม โดยการปรับความยาวจะเป็นขั้นละ 0.25 นิ้ว

ชุดเหล็กแบบผสม
นักกอล์ฟ PGA TOUR ที่เป็น Titleist Brand Ambassador ในปัจจุบัน ประมาณ 80% ใช้ชุดเหล็กแบบผสมอย่างน้อย 2 รุ่นขึ้นไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการคัสตอมฟิตติ้ง และการปรับแต่งอุปกรณ์ทั้งถุงกอล์ฟให้เหมาะสมสำหรับแต่ละคน ด้วยเป้าหมายเพื่อให้นักกอล์ฟมีระยะห่างระหว่างไม้แต่ละชิ้นที่เหมาะสม และมีความสามารถในการหยุดลูกบนกรีนที่เพียงพอ ทีมฟิตเตอร์ของ Titleist จะมองหาการจัดชุดเหล็กที่ตอบโจทย์ตามเกณฑ์ต่อไปนี้:

ระยะห่างความเร็วลูก: นักกอล์ฟควรมีความเร็วลูกต่างกันประมาณ 5 mph ระหว่างแต่ละไม้

ความสูงของลูก: ผู้เล่นควรรักษาความสูงสูงสุดของลูกให้สม่ำเสมอ ระหว่างเหล็กยาวและเหล็ก 7

มุมตกของลูก: มุมตกของเหล็กยาว ไม่ควรต่ำกว่าเหล็ก 7

วันวางตลาด T-Series Oil Can สามารถสั่งซื้อแบบคัสตอมได้แล้ววันนี้ และมีกำหนดวางตลาดที่ร้านตัวแทนจำหน่าย เริ่มวันที่ 3 เมษายนนี้ ราคาขายทั่วไป 9,900 บาท (ก้านเหล็ก), 10,300 บาท (ก้านกราไฟต์)

 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม